ย่าเลียบเล่าให้ฟังถึงประสบการณ์การรักษาว่า ตนเองเป็นหมอเมือง หรือ หมอเป่า พ่อของย่าเลียบเป็นแพทย์ประจำตำบล เป็นหมอฝนยา รู้จักสมุนไพรทุกชนิด ใครเป็นอะไรก็ทำยาจากสมุนไพรรักษาให้ แต่ย่าไม่ได้สืบทอดต่อ เวลารักษาจะใช้วิธีการเป่าและเสกคาถา เช่น เมื่อถูกพิษจากหนอนที่มีขน จะรักษาโดยการใช้ขี้ผึ้งกลึงบริเวณที่มีอาการคัน พร้อมกับเป่าคาถารักษา เมื่อเสร็จสิ้นการรักษา ถ้าหากเราหักขี้ผึ้งที่กลึงไว้นั้นจะพบว่ามีขนพิษที่ทำให้คนไข้ระคายเคืองติดออกมาเต็มไปหมด
“เวลามารักษาไม่ต้องทำอะไรหรอก มีแค่มือ 10 นิ้วมาไหว้เรา เราก็ไหว้ครูบาอาจารย์ให้ปกป้องรักษาคุ้มครองคนนี้ ข้าพเจ้าก็ได้ระลึกบุญคุณครูบาอาจารย์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้กับเนื้อกับตัว 3 วัน 7 วันก็ขอให้หาย ขอให้รักษาคุ้มครองคนไข้และข้าพเจ้า แล้วย่าก็จะเสกเป่าน้ำมนต์ให้คนไข้ดื่ม ถ้าคนไข้รักษาแล้วไม่มาไหว้ขอขมา ย่าก็จะล้มป่วยทันที ต้องมีน้ำขมิ้นส้มป่อยมาขอขมา”
ย่าเลียบมีประสบการณ์รักษาตั้งแต่แมลงสัตว์กัดต่อย อาการแพ้อาหาร หรือแม้แต่รักษาอาการแผลพุพองจากไฟไหม้
“มีคนไข้รายหนึ่งโดนไฟลวกเพราะพลุระเบิด ย่าก็ไปเป่ารักษาทั้งในโรงพยาบาล ออกมาพักฟื้นที่บ้าน จนหายดีเป็นปกติ เขาก็เอาดอกไม้มาไหว้ขอขมา เราไม่ได้ต้องการอะไรหรอก ไม่ต้องขึ้นขันขึ้นครู ย่าไม่ได้เรียกร้องอะไรสักอย่าง ย่าคิดว่าเราเกิดมาชาตินี้เราไม่รู้ว่าเราเคยทำอะไรใครไว้ เห็นใครเป็นอะไรมาก็อยากจะช่วยเป่ารักษาแล้ว (ยิ้ม) “
การรักษาด้วยวิธีเป่า หมอเมืองต้องรักษาศีล 5 และมีข้อควรระวังอย่างเช่น ห้ามลอดใต้ราวตากผ้า ห้ามสวมผ้าถุงจากศีรษะลองมา ให้สวมจากทางด้านล่าง หรือแม้แต่การอาบน้ำต้องใช้สบู่ 2 ก้อน เพื่อถูท่อนบนและท่อนล่าง เป็นต้น
แม้ปัจจุบันการแพทย์สมัยใหม่จะเจริญก้าวหน้า สามารถวินิจฉัยและรักษาโรคต่างๆ ได้มากมาย แต่หมอเมือง นอกจากการรักษา ยังสอนให้เรารู้จักบทเรียนเรื่อง “การระลึกถึงความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ” อีกด้วย


