ที่อยู่ 226/50-55 ถ.สันโค้งน้อย
โทรศัพท์ 053-712290
สบันงาขันโตก เป็นสถานที่จัดแสดงฟ้อนรำ พร้อมรับประทานอาหารค่ำแบบขันโตก มีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์การแสดงแบบล้านนา อาหาร และเครื่องดื่มสมุนไพรพื้นเมือง ให้คงอยู่คู่เมืองเชียงรายมิให้สูญหาย โดยเอาแบบอย่างวัฒนธรรมตะวันตก และเพื่อต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองที่มาเยี่ยมเยือนเชียงราย
ป้าบังอร ทิศสกุล ผู้ก่อตั้งสบันงาขันโตก เป็นชาวสันโค้งโดยกำเนิด เป็นบุตรคนที่ 2 ในจำนวนพี่น้อง 5 คน ทำงานเกี่ยวกับกิจกรรมในชุมชนมาอย่างโชกโชน โดยเฉพาะเรื่องวัฒนธรรมอาหารการกิน เริ่มจากการเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมนักเรียน และได้รับเชิญไปเป็นผู้พากย์ขันโตกบ่อยครั้ง รวมทั้งสมัยนั้นโรงเรียนสันโค้งมีการแบ่งกลุ่มนักเรียนทำกิจกรรมทางวัฒนธรรม ทั้งสะล้อซอซึง ฟ้อนรำ งานประดิษฐ์ เป็นต้น แต่ไม่มีเวทีแสดงออก ป้าบังอรจึงตัดสินใจออกจากงานราชการ และออกมาสร้างสถานที่เพื่อส่งเสริมสิ่งเหล่านี้อย่างเต็มตัว
“เรื่องอาหารเมือง เวลาแขกมาเยี่ยมเยียนก็อายเขา เป็นความรู้สึกของยายว่าเขาคงกินอาหารเหนือไม่ได้ พอลาออกจากครู ก็มาเป็นผู้ช่วยสภาวัฒนธรรม เชียงราย ก็เลยส่งเสริมอาหารเมืองให้ขึ้นโต๊ะต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองให้ได้เลย เราก็มีเหมือนเขา เราต้องทำให้ได้อย่างสง่าผ่าเผย ก็เลยมาเอาดีทางเรื่องขันโตกนี้ จะขายให้ได้ทัดเทียมกับอาหารภาคอื่นเลย”
“คนสันโค้งเป็นชาวไทเขิน มาจากเชียงใหม่ พอเลิกทาสสมัยรัชกาลที่ 5 ก็อพยพกันมาอยู่ทางนี้ คนสันโค้งชอบกินแกงผักกาดใส่เนื้อวัว อาหารที่อร่อยที่สุดก็แกงผักกาดใส่เนื้อวัวนี่แหละ”
ความทรงจำเกี่ยวกับวัฒนธรรมของคนสันโค้ง โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกินของป้าบังอรมีมากมาย อย่างเช่น ลาบ ที่สมัยก่อนจะได้กินต่อเมื่อโอกาสพิเศษเท่านั้น หรือขนมโบราณอย่างขนม “เดอะ” ที่ป้าบังอรบอกว่าเป็นขนมไร้มารยา เพราะเป็นเพียงแป้งข้าวเหนียวผสมกับกับน้ำอ้อย คนให้พอเหนียวเท่านั้น
“ขนมเดอะ ถ้าไม่รู้จักก็สะกดว่า ที เอช อี (THE) ก็ได้นะ เป็นขนมที่ทำจากแป้งข้าวเหนียวผสมกับน้ำอ้อยแล้วก็เอาไปคนบนเตาไฟให้ร้อนแป๊บเดียว พอเอามาเทใส่ถาดก็จะแตกแล้วก็เละ มันดูไม่น่ากิน คนสมัยก่อนอะไรก็ตามที่ใส่น้ำอ้อยกับแป้งก็แปลว่าเป็นของหวานแล้ว”
ป้าบังอรยังทิ้งท้ายไว้ให้เราว่า
“ยายรักงานขันโตกนี้มาก ทำตั้งแต่เย็บเบาะรองนั่งกันเองเลย เสื้อผ้าช่างฟ้อนก็ทำกันเองหมด มันจึงเป็นของที่ยายรักที่สุด ยายจะล้มก็ล้มบนสิ่งที่ตัวเองชอบ”
อาหารขันโตกที่ป้าบังอรคลุกคลีมานานกว่า 30 ปี ที่สบันงาขันโตก



กราบอาจารย์เนื่องในวันครู หนูไม่เคยลืมอาจารย์เลยค่ะ